แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากข้อมูลผลการสำรวจสุขภาวะช่องปากแห่งชาติครั้งที่ 9 พ.ศ. 2566 พบว่าประชาชนไทยกว่าครึ่งประสบปัญหาฟันผุทุกกลุ่มอายุ โดยมีความชุกร้อยละ 49.7 ในเด็กอายุ 12 ปี เพิ่มเป็นร้อยละ 61.2 ในวัยรุ่น 15 ปี และร้อยละ 80.9 ในกลุ่มวัยทำงาน ผู้สูงอายุมีรากฟันผุร้อยละ 29.1 และเพิ่มเป็นร้อยละ 82.4 ในผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง การไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่การสูญเสียฟันก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ ผู้ป่วยมะเร็งช่องปากที่ได้รับการฉายรังสีจะมีภาวะน้ำลายลดลง ส่งผลให้เกิดฟันผุสูงถึงร้อยละ 74 ภายหลังการฉายรังสีเป็นระยะเวลา 7 ปี สะท้อนให้เห็นว่าการใช้
ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ในระดับทั่วไป 1,000–1,500 ส่วนในล้านส่วน (ppm) ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด
อาจไม่เพียงพอในการป้องกันฟันผุในกลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยงสูง จำเป็นต้องมีทางเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฟลูออไรด์ความเข้มข้นสูงขึ้น
1 กรัม หรือ 5,000 ppm มีทั้งรูปแบบครีมและเจล ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาอันตราย แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการนำเข้าหรือจำหน่ายยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 5,000 ppm อย่างเป็นทางการ แต่การกำหนดแนวทางดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถผลิตหรือนำเข้าได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยกลุ่มเป้าหมายที่แนะนำคือประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุสูง อายุ 12 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย จะร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจัดทำแนวทางการใช้ และทำงานร่วมกับ อย. ในการชี้แจงผู้ประกอบการที่สนใจ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีทางเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปากที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยในอนาคต