ปิดฉาก Final Night สุดยิ่งใหญ่! แด๊ดดี้ กอล์ฟ วศิน” คว้า The Grand Winner ส่วน แด๊ดดี้ ตั้ม ดนู คว้าตำแหน่ง HOT DADDY THAILAND Winner 2026

ประกาศผลอย่างเป็นทางการ! เวที HOT DADDY THAILAND 2026 x SEAGULL เดินทางถึงค่ำคืน Final Night สุดยิ่งใหญ่ “แด๊ดดี้ ตั้ม ดนู” และ “แด๊ดดี้ กอล์ฟ วศิน” คว้าตำแหน่งสำคัญ พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทยก้าวสู่เวที HOT DADDY INTERNATIONAL 2027
ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับเวทีการประกวด HOT DADDY THAILAND 2026 x SEAGULL – FINAL NIGHT เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ณ ESC Park Rangsit หลังผู้เข้าประกวดทั้ง 30 คน ผ่านการเก็บตัว ฝึกฝน และพัฒนาศักยภาพตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือน ก่อนก้าวขึ้นสู่เวทีรอบตัดสิน เพื่อประชันทั้งบุคลิกภาพ ความสามารถ ความคิด การสื่อสาร และเสน่ห์เฉพาะตัว
ค่ำคืนแห่งการตัดสินครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อค้นหาสุดยอด Hot Daddy ประจำปี 2026 แต่ยังเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเวทีในการเตรียมความพร้อมสู่การขยายสู่ระดับนานาชาติ ภายใต้เป้าหมาย HOT DADDY INTERNATIONAL 2027
สำหรับแนวคิดหลักของเวที ยังคงตอกย้ำว่า “ความฝันไม่ควรถูกจำกัดด้วยเพศ อายุ หรืออาชีพ” เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะฝัน มีศักยภาพที่จะเติบโต และควรมีพื้นที่ในการแสดงตัวตน
โดย HOT DADDY THAILAND ตั้งใจสร้างมากกว่า “เวทีประกวด” แต่เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง พัฒนาความสามารถ และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต
นำโดย ดร.ปูเป้–ภัคนันท์ ธนาศรม ผู้ก่อตั้ง Hot Daddy Thailand, ญาณาธร ธนาศรม ผู้ก่อตั้ง Hot Daddy International และ นันท์นภัส เจิมจุติธรรม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์
และในค่ำคืนแห่งการตัดสิน ผลปรากฏว่า  HD 19 “แด๊ดดี้ กอล์ฟ วศิน อินทอง” และ HD 28 “แด๊ดดี้ ตั้ม ดนู สิงหเสนี” สามารถคว้าตำแหน่งสำคัญของ HOT DADDY THAILAND 2026 ไปครอง พร้อมเตรียมทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยก้าวสู่เวที HOT DADDY INTERNATIONAL ต่อไป
ผลการประกวด HOT DADDY THAILAND 2026 มีดังนี้
🏆 HD 19 แด๊ดดี้ กอล์ฟ วศิน อินทอง
คว้าตำแหน่ง The Grand Winner Hot Daddy Thailand ผู้ชนะเลิศสูงสุดของเวที HOT DADDY THAILAND 2026
🏆 HD 28 แด๊ดดี้ ตั้ม ดนู สิงหเสนี
คว้าตำแหน่ง Hot Daddy Thailand Wimner 2025
🏆 HD 01 แด๊ดดี้ เต๋ ดุสิต วิทูธีรศานต์
คว้าตำแหน่ง Hot Daddy Prestige winner
🏆 HD 12 แด๊ดดี้ แบล็ค พิเศษ ประสิทธิ์สมหวัง
คว้าตำแหน่ง Hot Daddy Iconic winner
🏆 HD 21 แด๊ดดี้ กวง ธนภณ เชวงกิตติคม
คว้าตำแหน่ง Hot Daddy Ambassador
🏆 HD 22 แด๊ดดี้ อาทชิ ศศิวัฒน์ ศุกิตติ์ภาสกร
คว้าตำแหน่ง Hot Daddy Charisma winner
🏆 HD 02 แด๊ดดี้ โจ บัณฑิตย์ พิจิตอำพล
คว้าตำแหน่ง Hot Daddy Empowerment winner พร้อมพ่วงรางวัล Seagull Choice Award 
นับเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนแห่งความสำเร็จของผู้เข้าประกวดทั้ง 30 คน ที่ได้พิสูจน์ความสามารถและก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือน โดยจากนี้ แด๊ดดี้ ตั้ม ดนู และแด๊ดดี้ กอล์ฟ วศิน จะเตรียมตัวเดินหน้าสู่บทบาทตัวแทนประเทศไทยบนเวที HOT DADDY INTERNATIONAL 2027 เพื่อสร้างชื่อเสียงและส่งต่อแนวคิดเรื่อง “ความฝันและโอกาส” จากประเทศไทยสู่เวทีระดับนานาชาติต่อไป
#hotdaddy #HotDaddyThailandxSeagull #HotDaddyThailand2026 #HotDaddyThailand

ราชบัณฑิตยสภาครบรอบ 100 ปี จัดประชุมวิชาการ “ปัญญา คุณธรรม และเทคโนโลยี”

เนื่องในโอกาส ๑๐๐ ปี ราชบัณฑิตยสภา ใน พ.ศ. ๒๕๖๙ ราชบัณฑิตยสภาจึงได้จัดงานแถลงข่าวโครงการประชุมวิชาการเรื่อง “ราชบัณฑิตยสภา ปัจจุบันและอนาคต : ปัญญา คุณธรรม และเทคโนโลยี”  และ “งานรำลึกในวาระ ๕๐ ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ พระบิดาแห่งการบัญญัติศัพท์” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๔-๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. ณ ห้องประชุมบอลรูม ๑ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

กรุงเทพมหานคร โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา
เป็นประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ผลิน ภู่จรูญ  อุปนายกราชบัณฑิตยสภา
คนที่ ๑ ศาสตราจารย์วิบูลย์ ลี้สุวรรณ อุปนายกราชบัณฑิตยสภา คนที่ ๒  และ ดร.ศุภฤกษ์ ภู่พงศ์ศักดิ์
เลขาธิการราชบัณฑิตยสภา เป็นผู้ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น ๓ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา อาคารซี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ


ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา กล่าวว่า
ในวาระที่ราชบัณฑิตยสภาครบ ๑๐๐ ปี ใน พ.ศ. ๒๕๖๙ นี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานสําคัญ
ความสําเร็จ และบทบาทของราชบัณฑิตยสภาในรอบ ๑๐๐ ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของราชบัณฑิตยสภาในฐานะสถาบันหลักของเครือข่ายทางปัญญาแห่งชาติ
และองค์การพัฒนาความรู้ทางวิชาการที่สามารถเป็นแหล่งอ้างอิงได้ ราชบัณฑิตยสภาและสํานักงานราชบัณฑิตยสภาจึงมีแนวทางที่จะจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญนี้
โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๗ ไปจนถึง พ.ศ. ๒๕๗๐ ที่ผ่านมา ใน พ.ศ. ๒๕๖๗ ได้มีการจัดประชุมวิชาการ
หัวข้อ “ราชบัณฑิต มองไกล นำวิจัย สู่การปรับตัวรับมือโลกร้อน” เมื่อวันศุกร์ที่ ๖
และวันเสาร์ที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และใน พ.ศ. ๒๕๖๘
ได้จัดการประชุมวิชาการ หัวข้อ “การประชุมสุดยอดว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย
๒๕๖๘ เพื่อการพัฒนาความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับประเทศไทย หรือ Thailand National AI Summit 2025: Advancing
AI Readiness for Thailand” เมื่อวันพุธที่ ๑๐ และวันพฤหัสบดีที่ ๑๑
กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๘ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญ ผู้กำหนดนโยบาย
ผู้นำภาคอุตสาหกรรม และนักวิชาการ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นสำคัญในการเร่งพัฒนาขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย
และเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญกับการปฏิวัติทางเทคโนโลยีเอไอที่จะมีผลกระทบต่ออนาคตของประเทศไทย สำหรับ พ.ศ. ๒๕๖๙
ได้กำหนดจัดการประชุมวิชาการ หัวข้อ “ราชบัณฑิตยสภา ปัจจุบันและอนาคต : ปัญญา คุณธรรม
และเทคโนโลยี” ในวันศุกร์ที่ ๔ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างราชบัณฑิตยสภาระหว่างสมาชิกทั้ง ๓ สำนัก คือ
สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง สำนักวิทยาศาสตร์ และสำนักศิลปกรรม และเพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการในหลากหลายสาขาของราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกสู่สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยงานในวันเสาร์ที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ซึ่งตรงกับวาระ ๕๐ ปีแห่งการสิ้นพระชนม์พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ อดีตนายกราชบัณฑิตยสถาน
ทั้งนี้ เพื่อรำลึกถึงพระเกียรติประวัติของพระองค์ จึงได้จัด “งานรำลึกในวาระ ๕๐ ปีแห่งการสิ้นพระชนม์พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ พระบิดาแห่งการบัญญัติศัพท์” ในโอกาสนี้ด้วย

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุรพล อิสรไกรศีล กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเพื่อประโยชน์ต่อรัฐบาลและการพัฒนาประเทศ
ยังให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือทางวิชาการในระดับนานาชาติ โดยประสานงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับนักปราชญ์และนักวิชาการต่างประเทศ
รวมถึงหน่วยงาน Union
Académique Internationale (UAI) ในรูปแบบผสมผสานทั้งการจัดงาน ณ สถานที่จริงและระบบออนไลน์
และได้รับเกียรติจากผู้บริหาร UAI เข้าร่วมการประชุมวิชาการ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศและเผยแพร่ผลงานของราชบัณฑิตยสภาสู่แวดวงวิชาการนานาชาติ ตลอดระยะเวลา
๑๐๐ ปี แห่งการสถาปนาราชบัณฑิตยสภา นับตั้งแต่วันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๙
ราชบัณฑิตยสภาได้ดำเนินภารกิจและพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยมีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ในศาสตร์สาขาต่าง
ๆ กำหนดมาตรฐานการใช้ภาษาไทย ตลอดจนให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาทางวิชาการแก่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ
ตามพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. ๒๕๕๘ และจะยังคงดำเนินการเพื่อพัฒนางานตามพันธกิจหลักต่อไป
โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเผยแพร่ผลงาน ความสำเร็จ และบทบาทของราชบัณฑิตยสภาที่มีต่อการศึกษา
การวิจัย และการพัฒนาองค์ความรู้ของประเทศไทย เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักและภาคภูมิใจในเกียรติประวัติของราชบัณฑิตยสภาในฐานะสถาบันหลักด้านเครือข่ายทางปัญญาของชาติและแหล่งอ้างอิงทางวิชาการที่สำคัญของประเทศ
ขณะเดียวกัน การจัดกิจกรรมดังกล่าวยังเป็นเวทีสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างราชบัณฑิตยสภากับหน่วยงานทางวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนต่อยอดความร่วมมือทางวิชาการในศาสตร์สาขาต่าง
ๆ อันจะนำไปสู่การสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต







Thailand Real Estate Awards 2026 ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งความเป็นเลิศ AP Thailand คว้ารางวัลสูงสุด Developer of the Year Thailand 2026

27 สิงหาคม 2569 – เหล่านักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ โครงการระดับแนวหน้า และบุคลากรสำคัญในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ร่วมงาน Thailand Real Estate Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ณ Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River เพื่อเฉลิมฉลองความเป็นเลิศของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย พร้อมฉลองวาระสำคัญครบรอบ 10 ปีของเวทีรางวัล

รางวัลเกียรติยศสูงสุดของค่ำคืน Developer of the Year Thailand 2026 ตกเป็นของ AP (Thailand) Public Company Limited หนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยชั้นนำของประเทศเพื่อยกย่องบทบาทและผลงานที่มีส่วนสำคัญต่อการยกระดับและพัฒนารูปแบบการอยู่อาศัยของคนไทยอย่างต่อเนื่อง

รางวัลระดับประเทศครั้งนี้ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของค่ำคืน ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อสะท้อนภาพรวมของศักยภาพวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างรอบด้านด้วยขนาด และความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอด้านที่อยู่อาศัยตลอดจนอิทธิพลต่อการพัฒนารูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วประเทศ ทำให้ AP Thailand ได้รับการยกย่องด้วยรางวัลสูงสุดในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งปีของประเทศไทย

นอกจากนี้ AP Thailand ยังได้รับรางวัลพิเศษ Excellence in High-Rise Development ภายใต้กลุ่มรางวัล Excellence Awards ซึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษในโอกาสครบรอบ 10 ปี ส่งผลให้ AP Thailand เป็นหนึ่งในบริษัทที่โดดเด่นที่สุดของงานประกาศรางวัลประจำปี 2026

Adam Sutcliffe, Director of Dot Property Group กล่าวว่า

“การมอบรางวัล Developer of the Year Thailand ให้แก่ AP Thailand มีความหมายเป็นพิเศษในปีที่เราฉลองครบรอบ 10 ปี เพราะนี่คือรางวัลสูงสุดระดับประเทศของเรา ซึ่งต้องสะท้อนถึงสิ่งที่มากกว่าความสำเร็จของโครงการใดโครงการหนึ่ง ด้วยขนาด ความหลากหลายของการพัฒนา และบทบาทอย่างต่อเนื่องของ AP ที่มีต่อการอยู่อาศัยในประเทศไทย ทำให้ AP เป็นผู้ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับรางวัลนี้ ในช่วงเวลาที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเวทีรางวัล”

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการได้รับรางวัลในครั้งนี้ว่า “ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจในหลากหลายมิติในปี 2569 ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รางวัล Developer of the Year Thailand 2026 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ AP Thailand ในการร่วมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ผ่านการดำเนินธุรกิจด้วยวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับศักยภาพในการบริหารพอร์ตโฟลิโอโครงการคุณภาพของ AP มากกว่า 200 โครงการทั่วประเทศ

AP Thailand ไม่ได้มุ่งเพียงรักษาการเติบโตในการดำเนินธุรกิจ แต่ยังมุ่งสร้างความเชื่อมั่นและเตรียมความพร้อมในการส่งมอบโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพ ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมในทุกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อส่งมอบแนวคิด ‘Empower Living’ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

AP Thailand ขอขอบคุณ Mr. Adam Sutcliffe, Director of Dot Property Group และคณะกรรมการทุกท่านอย่างจริงใจ สำหรับการมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้แก่ AP Thailand ในค่ำคืนนี้”

10 Years, New Era — 10 ปีแห่งความสำเร็จ สู่ยุคใหม่

ภายใต้แนวคิด “10 Years, New Era” งาน Thailand Real Estate Awards 2026 ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองหนึ่งทศวรรษแห่งการยกย่องความเป็นเลิศในวงการอสังหาฯไทยแต่ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่มีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลยิ่งขึ้น

จากรากฐานความสำเร็จตลอด 10 ปีของ Dot Property Awards เวทีรางวัลได้พัฒนาสู่ Thailand Real Estate Awards และก้าวขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม Southeast Asia Real Estate Awards ซึ่งได้รับการเสริมความแข็งแกร่งด้วยเครือข่ายระดับภูมิภาค ฐานผู้ใช้งาน ข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ Market Intelligence ตลอดจนความสัมพันธ์กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมของ Dot Property Group และเครือข่ายแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ในกลุ่ม


การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการเปลี่ยนชื่อของเวทีรางวัล หัวใจสำคัญของรางวัลยังคงสอดคล้องกับพันธกิจหลักของ Dot Property Group นั่นคือ การช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจด้านอสังหาริมทรัพย์ได้ดียิ่งขึ้น

ในแต่ละวัน ผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของกลุ่มเข้ามาค้นหาที่อยู่อาศัย การลงทุน โครงการ และบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่เวทีรางวัลทำหน้าที่ต่อยอดพันธกิจดังกล่าวด้วยการนำเสนอและยกย่องโครงการ และนักพัฒนาที่สามารถสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดในแต่ละปี

Adam Sutcliffe กล่าวว่า“เวทีรางวัลมีความเชื่อมโยงกับสิ่งที่เราทำในฐานะธุรกิจมาโดยตลอด ผู้คนเข้ามายังแพลตฟอร์มของเราทุกวันเพื่อค้นหาอสังหาริมทรัพย์และเราต้องการยืนอยู่เคียงข้างผู้ใช้งานเหล่านั้นด้วยการช่วยนำเสนอโครงการและนักพัฒนาที่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด

“สิ่งนี้ทำให้รางวัลของเรามีความหมายมากกว่าการเฉลิมฉลองเพียงค่ำคืนเดียวผ่านแพลตฟอร์ม, คอนเทนต์, ข้อมูลและความสัมพันธ์กับตลาด  เราสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่นและช่วยให้ผู้ที่กำลังค้นหาอสังหาริมทรัพย์ได้ค้นพบโครงการเหล่านั้น”

หลังจากการเติบโตตลอดหนึ่งทศวรรษ ความเชื่อมโยงระหว่างการค้นหาอสังหาริมทรัพย์ ข้อมูลเชิงลึกของตลาดและการยกย่องความเป็นเลิศกำลังก้าวไปสู่ระดับที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

เป้าหมายของยุคต่อไปคือการสร้างแพลตฟอร์มรางวัลด้านอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถสะท้อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างลึกซึ้ง และมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วยการผสานเครือข่ายระดับภูมิภาคเข้ากับความรู้เชิงลึกในแต่ละตลาด  รวมถึงการกำกับดูแลจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

สำหรับปี 2026 โครงการ Thailand Real Estate Awards ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม Awards Consultants ที่ขยายความร่วมมือมากขึ้น ประกอบด้วย Savills Thailand, Colliers Thailand และ FazWaz ซึ่งนำองค์ความรู้จากทั้งด้านที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ Market Intelligence และข้อมูลเชิงลึกด้านธุรกรรมมาร่วมกัน

สะท้อนภาพอสังหาริมทรัพย์ไทยในระดับประเทศ

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Thailand Real Estate Awards 2026 คือความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ของผู้ได้รับรางวัล

ตั้งแต่ตลาดที่อยู่อาศัยระดับ Ultra Luxury ในกรุงเทพฯ ที่มีความซับซ้อนและยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงตลาดวิลล่าระดับนานาชาติของภูเก็ต รวมถึงอีสเทิร์นซีบอร์ด หัวหิน และเกาะสมุย เวทีในปีนี้ครอบคลุมความเป็นเลิศทั้งด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย Luxury Living, Lifestyle, Design, Hospitality, Customer Experience, Property Management และ Innovation


รายชื่อผู้ชนะประจำปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย รวมถึงตลาดรูปแบบการใช้ชีวิต และกลุ่มผู้บริโภคที่แตกต่างกัน ซึ่งล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม

Adam Sutcliffe กล่าวเพิ่มเติมว่า

“ประเทศไทยสะท้อนภาพของสิ่งที่เราต้องการเห็นในยุคใหม่ของรางวัลได้อย่างชัดเจน นี่ไม่ใช่เพียงภาพของตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ผู้ชนะของเรามาจากทั้งกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยาและอีสเทิร์นซีบอร์ด หัวหิน เกาะสมุย และอีกหลายพื้นที่ทั่วประเทศ”

“พวกเขาเป็นตัวแทนของเซ็กเตอร์ ตลาด และรูปแบบการอยู่อาศัยที่แตกต่างกัน และเมื่อมองร่วมกัน ทั้งหมดนี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเกี่ยวกับศักยภาพความหลากหลายและความมุ่งมั่นของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย”

ฉลองหนึ่งทศวรรษแห่งความเป็นเลิศ

พิธีประกาศรางวัลเปิดฉากด้วยการยกย่องบริษัทชั้นนำที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของเวทีรางวัลตลอดทศวรรษที่ผ่านมา รวมถึงมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนภูมิทัศน์ด้านที่อยู่อาศัยของประเทศไทย

รางวัลพิเศษ Excellence Awards จัดขึ้นเพื่อยกย่องนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มีผลงานโดดเด่น และมีบทบาทอย่างต่อเนื่องต่อการพัฒนาวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ประกอบด้วย

Excellence in Next-Generation Living: AssetWise Public Company Limited

Excellence in Family Living: Pruksa Real Estate Public Company Limited

Excellence in Residential Design & Architecture: Singha Estate Public Company Limited

Excellence in Community Development: Supalai Public Company Limited

Excellence in Premium Living: SC Asset Corporation Public Company Limited

Best Customer Experience: SC Asset Corporation Public Company Limited

Excellence in Lifestyle Residential Development: Sansiri Public Company Limited

Excellence in Mixed-Use Strategy: Central Pattana Public Company Limited

Excellence in High-Rise Development: AP (Thailand) Public Company Limited

รางวัลเกียรติยศพิเศษเหล่านี้ถือเป็นการเปิดงานครบรอบ 10 ปีอย่างสมเกียรติ ด้วยการเชิดชูบริษัทที่มีส่วนสำคัญในการสร้างและพัฒนาวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ก่อนส่งต่อเวทีไปสู่โครงการและนักพัฒนาที่กำลังกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมในอนาคต

สองโครงการระดับ Ultra Luxury สร้างมาตรฐานใหม่ให้กรุงเทพฯ

สำหรับรางวัลระดับโครงการ สองรางวัลสำคัญได้ยกย่องความสำเร็จในระดับสูงสุดของตลาดที่อยู่อาศัย Ultra Luxury ในกรุงเทพฯ

InterContinental Residences Bangkok Asoke คว้ารางวัล Best Ultra Luxury Condominium Thailand ขณะที่ Cinquième Krungthep Kreetha โดย Asset Five Group PCL ได้รับรางวัล Best Ultra Luxury Housing Development Thailand

ทั้งสองรางวัล สะท้อนสองมิติที่แตกต่างของตลาดที่อยู่อาศัยระดับ Ultra Luxury ในกรุงเทพฯ ที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และนับเป็นหนึ่งในกลุ่มรางวัลระดับโครงการที่ทรงเกียรติที่สุดของค่ำคืน

กำลังอัปโหลด: อัปโหลดแล้ว 4253213 จาก 4253213 ไบต์


จากความเป็นเลิศระดับภูมิภาค สู่รางวัลสูงสุดของประเทศไทยก่อนการประกาศรางวัลสูงสุดระดับประเทศ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีผลงานโดดเด่นจากตลาดสำคัญในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยได้รับการยกย่องด้วยรางวัล Developer of the Year

Developer of the Year Eastern Seaboard: SLR Development Co., Ltd.

Developer of the Year Hua Hin: Orchid Palm Homes

Developer of the Year Koh Samui: Samui Grand Park Group Co., Ltd.

Developer of the Year Phuket: Anchan Villas

รางวัลระดับภูมิภาคเหล่านี้สะท้อนถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งของตลาดอสังหาริมทรัพย์นอกกรุงเทพฯ ก่อนนำไปสู่ช่วงสำคัญที่สุดของงาน กับการประกาศให้ AP (Thailand) Public Company Limited เป็นผู้คว้ารางวัล Developer of the Year Thailand 2026 รางวัลเกียรติยศสูงสุดของ Thailand Real Estate Awards


“ไก่ พรรณนิภา” คัมแบ็กใหญ่ในรอบ 32 ปี! เปิดตัว อัลบั้มใหม่ นำทัพบิ๊กโปรเจกต์ระดับอินเตอร์ พร้อมจับมือ Nova Records คืนความสุขสู่ฟลอร์เต้นรำ

ไก่-พรรณนิภา จิระศักดิ์ ศิลปินระดับตำนานเจ้าของเสียงร้องในเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง “กุหลาบแดง” ประกาศหวนคืนสู่วงการเพลงอย่างเป็นทางการในรอบกว่า 32 ปี ในงานแถลงข่าว “เต้น-กิน รำ-กิน ฟินเวอร์” ณ 65 HABITS สุขุมวิท 101/1 โดยตลอดช่วงเวลากว่า 1 ปีที่ซุ่มทำงานเบื้องหลัง เธอเตรียมส่งมอบผลงานเพลงใหม่รวมกว่าร้อยบทเพลง ครอบคลุมทั้งเพลงไทย เพลงสากลแต่งใหม่ เพลงคลาสสิกระดับโลก และเพลงลีลาศ
ไฮไลต์สำคัญของงานในครั้งนี้คือการเปิดตัว ไก่ พรรณิภา พร้อมโชว์สเต็ปสุดปังกับการเต้นแท้งโก้ พร้อมนักเต้นลีลาศ 10 คู่ในเพลงกุหลาบแดงแท้งโก้ และประกาศผลงานใหม่ถึง 4 โปรเจกต์ยักษ์ที่ชูตัวตนของ ไก่ พรรณนิภา ในมิติที่หลากหลาย:
THE WOMAN BEHIND THE ROSE (Flagship Project): ผลงานอัลบั้มภาษาอังกฤษใหม่ล่าสุด 13 เพลง (จากที่คัดเลือกไว้กว่า 35 เพลง) ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจในชีวิตจริงของเธอ โดยได้ทีมแต่งเพลงชาวอังกฤษร่วมสร้างสรรค์และบันทึกเสียงกับนักดนตรีจริงในประเทศอังกฤษ รวมถึงกำลังเปิดรับข้อเสนอ (RFP) สำหรับการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์หรือหนังสั้นอีกด้วย
NO.1: อัลบั้มเพลงไทยใหม่ 13 เพลง ที่ได้ อ.พรพจน์ อันทนัย หวนมาร่วมงานกันอีกครั้งในรอบ 30 ปี ประเดิมด้วยซิงเกิลและ MV เพลง “อย่าทำแบบนี้เลย” (IT'S TOO LATE)
BALLROOM DREAMS (ฟลอร์ฝันลีลาศ): โปรเจกต์ใหญ่ความยาว 112 เพลง ภายใต้แนวคิด "ขอคืนฟลอร์ให้หัวใจ" เพื่อสร้างเพลงใหม่ที่ฟังง่ายและเต้นได้จริงในทุกจังหวะลีลาศ (Waltz, Tango, Cha-Cha-Cha ฯลฯ) ซึ่งปัจจุบันเสร็จสมบูรณ์แล้ว 40 เพลง และกำลังเปิดรับ Demo (Open Call) จากคนทำเพลงรุ่นใหม่เข้าร่วมพัฒนาอีก 72 เพลงที่เหลือ


THE BEST OF PUBLIC DOMAIN: การนำบทเพลงสากลคลาสสิกระดับโลก 40 เพลง เช่น Scarborough Fair, Shenandoah และ Danny Boy มาตีความใหม่ผ่านน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์
ด้านค่ายเพลงน้องใหม่ Nova Records โดย อ.พรพจน์ อันทนัย ประธานบริหาร ได้เปิดเผยถึงทิศทางว่า Nova Records วางเป้าหมายเป็น Music & Creative Entertainment Platform โดยเน้นย้ำว่าการดึง ไก่ พรรณนิภา มาร่วมงาน ไม่ใช่การพาเธอย้อนกลับไปหาอดีต แต่เป็นการนำประสบการณ์และคุณค่าเดิมมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่เชื่อมโยงคนฟังได้ทุกวัย
ขณะที่ ดร.ปริญ สิงหนาท ประธานกรรมการ บริษัท Nova Group Holdings จำกัด ระบุว่าทางกลุ่มบริษัทมุ่งสร้าง Creative & Technology Ecosystem ที่เชื่อมโยง ดนตรี, AI, กิจกรรมสร้างสรรค์ และการบำบัดด้วยดนตรี (Music Therapy) เข้าด้วยกัน โดย ไก่ พรรณนิภา ยังได้รับบทบาทสำคัญในฐานะผู้จัดการฝ่ายพัฒนา Music Therapy อีกด้วย นอกจากนี้ยังเตรียมขยายพื้นที่สร้างสรรค์สู่โครงการ Nova District ที่อิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง เพื่อรองรับกิจกรรมของคอมมูนิตี้ในระยะยาว
การจัดงานในครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนพื้นที่จากคุณชนัชธวัช เพ็ชรรัตน์และ คุณกัลยกร ชัยจินดา ผู้บริหาร พระโขนง Culture และ 65 HABITS ที่มุ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้คนทุกรุ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมกับดนตรีและกิจกรรมศิลปะได้อย่างเป็นกันเองเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆคืนสู่สังคม
แฟนเพลงของ ไก่ พรรณนิภา และผู้ที่สนใจสามารถติดตามผลงานซิงเกิลใหม่ ซาวด์แทร็กลีลาศ และกิจกรรมต่างๆ ของ Nova Records ได้ทางช่องทางออนไลน์ของทางค่ายเร็วๆ นี้






แฟชั่นโลกสะเทือนกลางกรุง! “THAILAND INTERNATIONAL FASHION WEEK 2026” รวมดีไซเนอร์–นายแบบ–นางแบบนานาชาติ สร้างปรากฏการณ์แฟชั่นระดับโลก ปักหมุดกรุงเทพฯ สู่เวทีแฟชั่นนานาชาติ


เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอย สำหรับ “THAILAND INTERNATIONAL FASHION WEEK 2026” หรือ TIFW 2026 เวทีแฟชั่นระดับนานาชาติที่รวบรวมเหล่าดีไซเนอร์ แบรนด์แฟชั่น นายแบบ นางแบบ เยาวชนไทย บุคลากรในอุตสาหกรรมแฟชั่น แขกผู้มีเกียรติ ตลอดจนสื่อมวลชนจากประเทศไทยและนานาประเทศ มาร่วมกันสร้างสีสันและปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการแฟชั่นใจกลางกรุงเทพมหานคร
งานจัดขึ้น ณ Baiyoke Sky Hotel กรุงเทพฯ ภายใต้การบริหารและขับเคลื่อนของ Dr. Chirawan Lewis เจ้าของ TIFW Production ผู้มุ่งผลักดันประเทศไทยให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับนานาชาติ พร้อมสร้าง “พื้นที่แห่งโอกาส” ให้กับดีไซเนอร์ไทย ดีไซเนอร์ต่างประเทศ นายแบบ นางแบบ เยาวชน และบุคลากรรุ่นใหม่ ได้แสดงศักยภาพ เชื่อมโยงเครือข่าย และก้าวสู่โอกาสใหม่ ๆ ในระดับสากล
ตั้งแต่ช่วง Guest & Media Arrival บรรยากาศภายในงานก็เต็มไปด้วยความคึกคัก แขกผู้มีเกียรติได้รับการต้อนรับด้วย Welcome Drinks ก่อนเข้าสู่ช่วง Red Carpet TV Interviews & Photography ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์ นายแบบ นางแบบ บุคคลสำคัญ และสื่อมวลชนได้ร่วมถ่ายภาพและสัมภาษณ์บนพรมแดง ก่อนเปิดประตูเข้าสู่ค่ำคืนแห่งแฟชั่นอย่างเป็นทางการ

เปิดม่าน TIFW 2026 ผสานเสน่ห์ไทยสู่สายตาโลกพิธีเปิดของ TIFW 2026 ถ่ายทอดเอกลักษณ์และเสน่ห์ของประเทศไทยผ่าน Opening Ceremony – Thai พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และ Muay Thai Showcase by Govan ที่นำศิลปะแม่ไม้มวยไทยมาผสมผสานเข้ากับเวทีแฟชั่นระดับนานาชาติ สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของงาน
จากนั้นเพิ่มสีสันด้วย Juli & Nico Performance ที่นำพลังของศิลปะการแสดงและความบันเทิงมาสร้างบรรยากาศให้เวทีมีความหลากหลายและเป็นสากลมากยิ่งขึ้น
ค่ำคืนดังกล่าวยังได้รับเกียรติจากพิธีกร Fongbeercia Sasithorn Satimai และ Keatbuncha Ketsuwan ร่วมสร้างสีสันและดำเนินช่วงสำคัญของงาน ก่อนเข้าสู่ Opening Remarks by M.L. Panwad โดยได้รับเกียรติจาก ท่านหม่อมหลวงปานวาด ศุขสวัสดิ์ จากประเทศไทย ร่วมเปิดงานอย่างสง่างาม
นอกจากนี้ TIFW 2026 ยังได้รับเกียรติจากผู้แทนและบุคคลจาก รัฐบาลประเทศอินเดียและดูไบ เข้าร่วมงาน สะท้อนถึงความสนใจและการเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยกับนานาชาติผ่านพลังของแฟชั่น ศิลปะ วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
17 ดีไซเนอร์ แบรนด์ และผู้ร่วมพรีเซนต์ บนรันเวย์แห่งโลกแฟชั่น
หัวใจสำคัญของ TIFW 2026 คือรันเวย์ที่เปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์และผู้สร้างสรรค์ผลงานจากหลากหลายแนวคิดและวัฒนธรรมได้นำเสนอผลงานต่อหน้าผู้ชม แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน โดยมีรายชื่อผู้ร่วมสร้างสีสันบนรันเวย์ ได้แก่
1. Eanian478
2. Chantacha Saewang
3. Dipti Chandra
4. Chompooh.000
5. Nguyen Minh Truc
6. Celeb Kidz
7. Tran Huynh Ngan Ha
8. Phan Xuan Giau
9. Huynh Ly Thien Nhi
10. Nguyen Ngoc Khanh Linh
11. Raison d’Être
12. Méthode Cachée
13. TIFW Swimwear
14. TIFW Academy
15. Lord Marcuss Watts
16. Rainbow Thailand Designer Pla
17. Special Fashion Presentation




แต่ละคอลเลกชันถ่ายทอดตัวตนและแนวคิดของผู้สร้างสรรค์ผ่านเสื้อผ้า การเดินแบบ การจัดแสง เสียง และองค์ประกอบของรันเวย์ ทำให้เวที TIFW 2026 เต็มไปด้วยความหลากหลายทางแฟชั่นและวัฒนธรรม
นอกเหนือจากแฟชั่นโชว์ ยังมีช่วง Special Talks ได้แก่ Talk with Dr. Kanthicha และ Talk with Lord Marcuss เปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานได้รับฟังมุมมอง เรื่องราว และประสบการณ์จากบุคคลสำคัญ
GLOBAL MODELS — โลกแฟชั่นรวมตัวบนรันเวย์เดียว
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือการรวมตัวของ นายแบบและนางแบบอินเตอร์จากทั่วทุกมุมโลก ที่เดินทางมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ TIFW 2026 พร้อมผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้เวทีแห่งนี้สะท้อนภาพของ International Fashion Week อย่างเต็มรูปแบบ
ขณะเดียวกัน TIFW 2026 ยังให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสให้กับ เยาวชนไทย โดยมี คุณบิว จาก Rainbow Modelling เป็นผู้นำทีมเยาวชนไทยเข้าร่วมงาน เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริงบนเวทีแฟชั่นระดับนานาชาติ
ด้านโครงการ “เยาวชนไทยโกอินเตอร์” ได้รับการขับเคลื่อนโดย TIFW Production เพื่อส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนไทยและเปิดประตูสู่โอกาสในอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับนานาชาติ
เกียรติยศจากบุคคลสำคัญ ไทย–อินเดีย–ดูไบ
ค่ำคืนแห่งแฟชั่นได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญจากหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะ ท่านหม่อมหลวงปานวาด ศุขสวัสดิ์ จากประเทศไทย ซึ่งร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งแฟชั่นครั้งสำคัญ
พร้อมด้วยผู้แทนและบุคคลจาก รัฐบาลประเทศอินเดียและดูไบ ที่เข้าร่วมงาน สะท้อนถึงการเชื่อมโยงระหว่างประเทศผ่านอุตสาหกรรมแฟชั่นและความคิดสร้างสรรค์
อีกหนึ่งช่วงสำคัญคือการได้รับเกียรติจาก คุณยุ้ย – Dr. Kanthicha Chimsiri ที่ร่วมเดินแบบบนรันเวย์ TIFW 2026 เพิ่มความสง่างามและสร้างความโดดเด่นให้กับค่ำคืนแห่งแฟชั่น
INTERNATIONAL HOST
ตลอดค่ำคืน TIFW 2026 ได้รับเกียรติจากพิธีกร Fongbeercia Sasithorn Satimai และ Keatbuncha Ketsuwan ทำหน้าที่ดำเนินรายการและสร้างสีสัน พร้อมเชื่อมโยงผู้ชม แขกผู้มีเกียรติ ดีไซเนอร์ นายแบบ นางแบบ และผู้เข้าร่วมงานจากหลากหลายประเทศเข้าด้วยกัน
THE TEAM BEHIND THE GLAMOUR
เบื้องหลังความสวยงามและความสมบูรณ์แบบของรันเวย์เกิดจากการทำงานของทีมมืออาชีพหลายฝ่าย โดยเฉพาะทีม Makeup & Hairstyling จาก Rosy Buddha Academy และ Coolcut Barber โดย คุณอารีรัตน์ จามิกรณ์
พร้อมด้วย Makeup Artists ได้แก่ Nitaa S., Jyoti Chandra, Katrena Nyo Ci Cien และ Ghulam Abbas
Makeup Partner: Rosy Buddha Academy
Production: Thailand International Fashion Week
Show Director: Eakachai Selim
Executive Management Team: Bew
นอกจากนี้ยังมีทีมงาน Production, Stage, Lighting, LED, Sound, Hair & Makeup, Models และทีมงานเบื้องหลังทุกฝ่าย ที่ร่วมกันสร้างสรรค์รายละเอียดตั้งแต่หลังเวทีจนถึงช่วง Grand Finale ให้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ

พลังจากพันธมิตรและผู้สนับสนุนหลัก
TIFW 2026 ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรและสปอนเซอร์หลัก ได้แก่
Sheikh Ayash Group of Companies
Zaap Factory
Summit Core
พันธมิตรเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการจัดงานและร่วมผลักดันเวทีแฟชั่นระดับนานาชาติให้เกิดขึ้นในประเทศไทย พร้อมสร้างโอกาสให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรมแฟชั่นทั้งไทยและต่างประเทศ
TIFW ACADEMY — ปั้นคนรุ่นใหม่สู่โลกแฟชั่น
อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของ TIFW Production คือ TIFW Academy ซึ่งมุ่งสร้างพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในสายงาน Modeling, Acting, Fashion, TV & Media และ Casting
เป้าหมายคือการสร้างประสบการณ์และทักษะให้คนรุ่นใหม่สามารถเรียนรู้การทำงานจริงในอุตสาหกรรม พร้อมต่อยอดสู่โอกาสในระดับประเทศและระดับนานาชาติ
 GRAND FINALE — ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่
ช่วงท้ายของค่ำคืน รันเวย์ถูกส่งต่อให้กับ Grand Finale by Rainbow Thailand ซึ่งรวมนายแบบ นางแบบ และผู้ร่วมงานมาสร้างโมเมนต์แห่งความประทับใจ ก่อนเข้าสู่ช่วง TIFW 2026 Closing
จากนั้นเป็นช่วง Closing Remarks & Thank You เพื่อกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ ดีไซเนอร์ นายแบบ นางแบบ เยาวชนไทย สื่อมวลชน พันธมิตร ผู้สนับสนุน ทีมงาน และทุกฝ่ายที่ร่วมสร้างสรรค์ TIFW 2026
ปิดท้ายด้วย Official Group Photo & Event Conclusion ภาพแห่งความทรงจำที่รวมผู้คนจากหลากหลายประเทศไว้ในเฟรมเดียว ถ่ายทอดแนวคิดของ TIFW ที่ต้องการเชื่อมโลกแฟชั่นเข้าด้วยกันโดยไร้พรมแดน
TIFW 2026 — มากกว่าแฟชั่นโชว์ คือ “เวทีแห่งโอกาส”
Thailand International Fashion Week 2026 ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อเป็นแฟชั่นโชว์ แต่มีเป้าหมายในการก้าวสู่การเป็น International Fashion Platform ที่เชื่อมโยง Fashion, Culture, Talent, Media, Business และ International Networking เข้าไว้ด้วยกัน
ภายใต้การขับเคลื่อนของ Dr. Chirawan Lewis และ TIFW Production เวทีแห่งนี้มุ่งเปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์ไทยได้แสดงศักยภาพสู่สายตานานาชาติ พร้อมผลักดันนายแบบ นางแบบ เยาวชนไทย และบุคลากรรุ่นใหม่ ให้ได้สัมผัสประสบการณ์และโอกาสในอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก
จากกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย สู่สายตาของผู้คนจากทั่วโลก — TIFW 2026 กำลังสร้างภาพใหม่ให้กับประเทศไทยในฐานะพื้นที่ที่สามารถเชื่อมโยง Thai Fashion กับ Global Fashion Network
พร้อมเดินหน้าผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญบนแผนที่แฟชั่นนานาชาติ และสร้างพื้นที่ให้ “Thai Talent” ได้พบกับ “Global Opportunity”
เพราะแฟชั่นในวันนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องของเสื้อผ้า แต่ยังหมายถึง โอกาส เครือข่าย วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และการเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลก
และเมื่อม่านรันเวย์ของ TIFW 2026 ปิดลง สิ่งที่วงการแฟชั่นยังคงจับตามองต่อไปคือ—
ดีไซเนอร์คนไหน แบรนด์ไหน หรือนายแบบ–นางแบบคนใด จะสามารถใช้เวทีแห่งนี้เป็นก้าวสำคัญในการแจ้งเกิด และก้าวขึ้นเป็นดาวดวงใหม่ของวงการแฟชั่นโลก
THAILAND INTERNATIONAL FASHION WEEK 2026
FASHION • CULTURE • TALENT • GLOBAL CONNECTION
Where Thai Fashion Meets the World. 
Baiyoke Sky Hotel, Bangkok, Thailand
22 August 2026

‘นครหลวงคอนกรีต’ เดินหน้าธุรกิจเหมืองหินตามแนวทาง ESG เตรียมเพิ่มพื้นที่สีเขียว พัฒนาแหล่งน้ำ สร้างสมดุลธุรกิจ-สิ่งแวดล้อม-ชุมชน

นครหลวงคอนกรีต เดินหน้าธุรกิจเหมืองหินในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ตามแนวทาง ESG ผ่านแผนฟื้นฟู 4 ระยะ ครอบคลุมพื้นที่ 646 ไร่ เพิ่มพื้นที่สีเขียว 82.6% และพัฒนาแหล่งน้ำถาวร 136 ไร่ รวมถึงการสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาเยาวชนในพื้นที่ มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตชุมชนใน อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

นายมนตรี นิธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจปูนซีเมนต์ของประเทศไทย บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ให้ความสำคัญกับการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน โดยมีเป้าหมายด้านความยั่งยืนปี 2573 เป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ทั้งการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงสร้างความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมกับชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
แนวทางสำคัญครอบคลุมการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและน้ำ การใช้เชื้อเพลิงและวัตถุดิบทางเลือก ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยสำหรับพนักงานและชุมชน พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่เหมืองโดยคำนึงถึงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้เกิดความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมแผนฟื้นฟูเหมืองสู่พื้นที่สีเขียว 646 ไร่
นายอมฤต มณีเสาวนพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจอะกรีเกต บริษัท นครหลวงคอนกรีต จำกัด หรือ อินทรี อะกรีเกต กล่าวว่า บริษัทฯ วางแผนฟื้นฟูเหมืองหินชลบุรีของ อินทรี อะกรีเกต ในพื้นที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี จำนวน 4 ระยะ ประกอบด้วย การวางแผนก่อนทำเหมือง การฟื้นฟูระหว่างทำเหมือง การปิดเหมืองและฟื้นฟูขั้นสุดท้าย และการติดตามผล
หลังปิดเหมือง เพื่อให้พื้นที่มีความปลอดภัย สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม และคงคุณค่าต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
แผนการฟื้นฟูดำเนินการตามมาตรการ EIA โดยมีแผนปลูกต้นไม้ครอบคลุมพื้นที่ 646 ไร่ คาดว่าจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ 82.6% ของพื้นที่ฟื้นฟูทั้งหมด พร้อมพัฒนาแหล่งน้ำถาวร 136 ไร่ ขณะที่บ่อน้ำอีก 17.4% จะใช้เป็นแหล่งน้ำสำรองสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตรของชุมชนโดยรอบ
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวผ่านการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ “Buffer Zone” เพื่อทำหน้าที่เป็นแนวกันชนทางธรรมชาติ และส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ โดยบริษัทฯ เลือกพันธุ์ไม้พื้นถิ่น ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ทนทาน เจริญเติบโตได้ดี และดูแลรักษาง่าย อย่างต้นสะเดา ประดู่ป่า พะยูง ตะแบก กระถินเทพา มะค่าโมง และยางนา
โดยกิจกรรมในวันนี้ ทางคณะผู้บริหารและพนักงานอาสาจากกลุ่มบริษัทฯ พร้อมด้วยหน่วยงานราชการ องค์กรพันธมิตร ลูกค้า และชุมชนมาบคล้า ได้ร่วมกันปลูกต้นสะเดา จำนวน 600 ต้น ในพื้นที่ Buffer Zone เพื่อทำหน้าที่เป็นแนวกันชนทางธรรมชาติ ลดผลกระทบจากการดำเนินงาน รวมถึงจัดกิจกรรมสันทนาการและให้ความรู้ในเรื่องความปลอดภัย และเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านมาบคล้าที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง
สร้างแหล่งน้ำและสร้างระบบนิเวศหลังการทำเหมือง
สำหรับเหมืองหินชลบุรี อินทรี อะกรีเกต เป็นเหมืองเปิด มีกำลังการผลิตเริ่มต้น 1.2 ล้านตันต่อปี และมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1.2 ล้านตันต่อปีในระยะต่อไป โดยเริ่มกำลังการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมตั้งเป้าหมายก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านโซลูชันวัสดุมวลรวมคุณภาพสูงและยั่งยืน เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าและอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย
บริษัทฯ มีแนวทางใช้ทรัพยากรหินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาทิ STONETEC และ SANDTEC ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หินและทรายทดแทนจากวัสดุพลอยได้ในกระบวนการผลิต (By-product) เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
นายอมฤต กล่าวเพิ่มเติมว่า การบริหารจัดการเหมืองดำเนินภายใต้แนวคิด “ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ชุมชน และความปลอดภัย” ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการฟื้นฟูพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบด้านฝุ่น เสียง แรงสั่นสะเทือน และการบริหารจัดการน้ำ ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนปี 2573 ของกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง
บริษัทฯ นำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนกระบวนการผลิตและการติดตามด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ ระบบพ่นละอองน้ำและระบบตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมถึงบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ

จากพื้นที่อุตสาหกรรมสู่คุณค่าร่วมของชุมชน
นอกจากการดูแลสิ่งแวดล้อม อินทรี อะกรีเกต ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมกับชุมชน รวมไปถึงการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ผ่านการสนับสนุนโรงเรียนบ้านมาบคล้า ทั้งการปรับปรุงอาคารเรียน ทาสีรั้ว จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัย รวมถึงกิจกรรมสันทนาการและการเลี้ยงอาหารกลางวัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้และการเติบโตของเยาวชน
บริษัทฯ ยังสนับสนุนการสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น อาทิ ประเพณีวิ่งควาย ลอยกระทง งานกฐินและ งานทอดผ้าป่า รวมถึงเปิดเวทีพูดคุยรับฟังความคิดเห็นและสร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนแนวทางการบริหารเหมืองที่ไม่ได้มุ่งเพียงการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร แต่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูพื้นที่ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน เพื่อให้เหมืองสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน









© all rights reserved
made with by templateszoo