ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. กล่าวว่า ปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเกิดการเจ็บป่วย ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอ ผู้คนให้ความสำคัญกับการมีชีวิตที่ยืนยาวควบคู่ไปกับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี หรือ Healthy Longevity ส่งผลให้ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสุขภาพเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเปิดโอกาสใหม่ให้กับการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพที่หลากหลายและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น
“การเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพโดยเฉพาะตลาด Nutraceuticals หรือผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมสุขภาพทั่วโลก
มีมูลค่าสูงถึง 636.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเติบโตทะลุ 1.15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี
2033เป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการนำจุดแข็งทางด้านทรัพยากรและองค์ความรู้จากงานวิจัยไทย
มายกระดับพืชสมุนไพรที่มีในประเทศ
สู่ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เป้าหมายของโปรแกรมวิจัย PhytoEX
จึงเป็นการสร้างระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรมที่ช่วยผลักดันให้สมุนไพรไทยกลายเป็นสารออกฤทธิ์ประสิทธิภาพสูง
สามารถก้าวจากห้องปฏิบัติการวิจัยไปสู่ผลิตภัณฑ์ในตลาด เชื่อมโยงนักวิจัย
เทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน
เพื่อเปลี่ยนทรัพยากรและองค์ความรู้ของไทยให้กลายเป็นนวัตกรรมที่มีมูลค่าและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศในตลาดโลก”
ดร.ภญ.อุรชา กล่าว
ดร.ธวิน เอี่ยมปรีดี ผู้อำนวยการโปรแกรม PhytoEX สวทช. กล่าวว่า ปัจจุบัน PhytoEX มีสารออกฤทธิ์ที่พร้อมจำหน่ายแล้ว 15 รายการ ครอบคลุมทั้ง Nutraceuticals หรือผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมสุขภาพ และ Cosmeceuticals หรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามของผิว เพื่อตอบโจทย์การมีสุขภาพดีในหลายมิติ โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจมากขึ้น คือการส่งเสริมสุขภาพสมอง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่อาจต้องเผชิญกับภาวะความเครียดชีวิต สุขภาพสมองในยุคใหม่จึงครอบคลุมทั้งการดูแลความจำ สมรรถนะในการคิดและการทำงาน ตลอดจนความสามารถในการปรับตัวและฟื้นตัวจากความเครียดและความท้าทายในชีวิตประจำวัน ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของการมีสุขภาพดีในระยะยาว
“แพลตฟอร์ม PhytoEX ของเราครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาสารออกฤทธิ์
การต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ การพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัย
ให้สามารถนำไปใช้จริงในตลาด
ผู้ประกอบการสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วมาทดสอบกับเรา หรือเลือกสารออกฤทธิ์ของ
PhytoEX ไปพัฒนาสูตรและนำกลับมาพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัย
เพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างความแตกต่าง และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์
สำหรับ SulforaEX™ และ EmeraPrimeEX™ เป็นสารออกฤทธิ์ใหม่ของเรา
ซึ่งมีคุณสมบัติที่น่าสนใจสำหรับการเสริมสุขภาพสมอง
ทั้งด้านความจำ และอีกมิติหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน
คือความสามารถของร่างกายและสมองในการรับมือและปรับตัวต่อภาวะเครียด ซึ่งเป็นตัวอย่างของการพัฒนาสารออกฤทธิ์ที่
คำนึงถึงความต้องการและแนวโน้มของตลาด มีศักยภาพต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ
และผ่านการทดสอบที่จำเป็นสำหรับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผลิตภัณฑ์ในตลาดสุขภาพยุคใหม่”
ดร.ธวิน กล่าวเสริม
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากภาคเอกชนที่ได้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพภายใต้โครงการ PhytoEX Celebrity Accelerator ซึ่งมุ่งนำองค์ความรู้และงานวิจัยมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยมี คุณตูน สุภัชชา ปิตินันท์ Brand Ambassador และ Strategic Advisor ผลิตภัณฑ์ ThinkPlus AM: Brain Booster โดย บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด และ คุณเจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ และครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ จากบริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพผู้หญิงและการเตรียมความพร้อมสำหรับการมีบุตร และแลกเปลี่ยนมุมมองการทำงานร่วมกับทีมวิจัย PhytoEX ตั้งแต่การนำโจทย์ทางการตลาดและความต้องการของผู้บริโภคมาพัฒนาเป็นแนวคิดผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น
การพัฒนาสารออกฤทธิ์และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีศักยภาพตอบรับเทรนด์
Longevity และตลาด Nutraceuticals ที่กำลังเติบโต ภายใต้โปรแกรมวิจัย PhytoEX
เป็นหนึ่งในกลไกที่จะช่วยยกระดับประเทศไทยจากผู้ผลิตวัตถุดิบและผู้ใช้เทคโนโลยี
ไปสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสุขภาพที่มีองค์ความรู้และเทคโนโลยีเป็นของตนเอง
สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและแข่งขันได้ในตลาดโลก ด้วยการนำวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่ม เปลี่ยนศักยภาพของสมุนไพรไทยให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ
และร่วมผลักดันประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาด Longevity ระดับโลก