นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “การแข่งขันของสินค้าและบริการของไทย ต้องแข่งขันด้วย ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม คุณภาพ ประสบการณ์ และคุณค่าที่แตกต่าง ดังนั้น “การออกแบบ” จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยสร้างสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงขึ้น และสามารถเติบโตในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน อนาคตของงานออกแบบไทยไม่ได้อยู่เพียงแค่การสร้างผลงานที่ดี แต่คือการสร้างผลงานที่ “ไปได้ไกล” และสร้างคุณค่าได้จริง
ปีนี้มีผู้ประกอบการและนักออกแบบส่งผลงานเข้าร่วมโครงการจำนวน
620
ผลงาน และผ่านการพิจารณาได้รับรางวัล DEmark 2026 จำนวน 128 ผลงาน จากผู้สมัคร 107 ราย ครอบคลุม 8 สาขาการออกแบบ ได้แก่ Furniture,
Lifestyle, Accessories & Wearable, Industrial & IoT, Packaging Design,
Graphic & Communication Design, Interior Design และ System
Service & Digital Platform
นอกจากนี้ ในปีนี้ยังมีการมอบ รางวัลพิเศษ 17 ผลงาน แบ่งเป็น Social Impact 9 ผลงาน และ Aspiring Designer 8 ผลงาน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของการออกแบบที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องความสวยงามหรือรูปแบบของผลิตภัณฑ์ แต่ยังสามารถตอบโจทย์สังคม สร้างผลกระทบเชิงบวก และเปิดพื้นที่ให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ รวมถึงผลงานที่ได้รับรางวัล Best Design จำนวน 8 ผลงาน ซึ่งเป็นผลงานที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งสามารถส่งออกสินค้าและบริการไปยังต่างประเทศ
รางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม หรือ Design Excellence Award (DEmark) จัดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และก้าวสู่ปีที่ 19 ในปีนี้ รางวัล DEmark ถือเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพด้านการออกแบบที่ช่วยสร้างความแตกต่าง เพิ่มความน่าเชื่อถือ และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการของไทย พร้อมต่อยอดสู่โอกาสทางการค้าในตลาดสากล ตลอดระยะเวลา 19 ที่ผ่านมา มีผลงานที่ได้รับการประกาศรางวัลอย่างเป็นทางการ รวม 1,448 ผลงาน สะท้อนพัฒนาการของงานออกแบบไทย และบทบาทของ “ดีไซน์” ในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ DEmark ไม่ได้เป็นเพียงเวทีประกวดผลงาน แต่เป็น กลไกที่ช่วยผลักดันให้นักออกแบบและผู้ประกอบการไทยพัฒนาสินค้าและบริการให้มีศักยภาพในการแข่งขันในระดับสากล
อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของรางวัล DEmark คือ ความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการออกแบบของประเทศญี่ปุ่น โดยได้รับความร่วมมือจาก องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) และ Japan Institute of Design Promotion (JDP) ซึ่งสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญจาก Good Design Award หรือ G-Mark ประเทศญี่ปุ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและสนับสนุนกระบวนการพิจารณารางวัล เพื่อยกระดับมาตรฐานของ DEmark ให้มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
นอกจากนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัล DEmark ยังมีโอกาสต่อยอดสู่เวที Good Design Award (G-Mark) ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีด้านการออกแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ช่วยเปิดโอกาสให้ผลงานไทยได้รับการมองเห็นจากผู้ประกอบการ นักออกแบบ และตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น
การเชื่อมโยงระหว่าง DEmark และ G-Mark จึงไม่ได้เป็นเพียงการส่งผลงานเข้าประกวดในต่างประเทศ
แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกในการสร้าง International
Visibility ให้กับงานออกแบบไทย
และเพิ่มโอกาสในการ
ต่อยอดเชิงพาณิชย์ในตลาดโลก
ผลงาน ที่ได้รับรางวัล Design Excellence Award 2026 ในสาขาต่างๆ จำนวน 128 ผลงาน ใน 8 สาขารางวัล มีดังนี้
1. กลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์
(Furniture) จำนวน 11 ผลงาน
2. กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์
(Lifestyle) : (Gift & Decorative Items / Household Items)
จำนวน 13 ผลงาน
3. กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี
(Industrial & IoT) :
จำนวน 16 ผลงาน
4. กลุ่มสินค้าเครื่องแต่งกาย/เครื่องประดับ และนวัตกรรมสิ่งทอ (Accessories & Wearable):
จำนวน 12 ผลงาน
5. กลุ่มผลงานออกแบบบรรจุภัณฑ์
(Packaging)
จำนวน 12 ผลงาน
6. กลุ่มผลงานการออกแบบกราฟิกและการสื่อสาร
(Graphic & Communication Design):
จำนวน 44 ผลงาน แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้
Group A : Branding
& Identity Design จำนวน 18 ผลงาน
Group B : Typography
& Editorial Design จำนวน 13 ผลงาน
Group C : Digital
& Interactive Design จำนวน 2 ผลงาน
Group D :
Illustration & Character Design จำนวน 2 ผลงาน
Group E :
Environment & Spatial Design จำนวน 9 ผลงาน
7. กลุ่มผลงานออกแบบตกแต่งภายในที่เกี่ยวข้องกับ
โรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้าพื้นที่
ทำงานร่วมกัน อาคารชุด (Interior Design)
จำนวน 13 ผลงาน
8. กลุ่มผลงานออกแบบระบบบริการและแพลตฟอร์มดิจิทัล (System Service & Digital Platform) จำนวน 7 ผลงาน
DEmark 2026 ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบที่สร้างคุณค่าให้กับสังคม
ผ่านรางวัลพิเศษ
Social Impact จำนวน 9 ผลงาน อาทิ 1) AFTER ALTITUDE: MALAI SERIES โดยการบินไทย,
2) Digital Bus Stop โดยศูนย์ทดลองเมืองกรุงเทพมหานคร, 3) KNOT, 4) The Tests of Wisdom, 5) San-Pa-Koi City Identity & Key Visual, 6) Thai
Type, 7) “Chai Dai” Website, 8) Bangkok
Flower Market Festival: A Decade of Creative Floral District Design และ 9) Joy Ride Elderly Companion
ขณะเดียวกัน
รางวัลพิเศษ Aspiring Designer จำนวน
8 ผลงาน
เปิดพื้นที่ให้กับนักออกแบบและผลงานที่มีศักยภาพในการเติบโต อาทิ 1) RePot, 2) Yang Wong, 3) Onson
Spirit, 4) Readery Brand Identity, 5) 10101
– 101 Pieces of 1 City (Bangkok Edition), 6) Everything
Sampang, 7) PEACE HOUSE KOH PHIPHI และ 8) Num
Eiang Astrolendar
สำหรับ Best
Design จำนวน 8 ผลงาน ได้แก่ 1) ARCHIE
BED, 2) Malai Collection, 3) Widero,
4) BEWILD BH Ant Nest Bag 5) Medicated Herbal Inhaler Water Jasmine Scent – HOLEN Brand,
6) 10101 – 101 Pieces of 1 City
(Bangkok Edition), 7) Siam
Societiesและ 8) Spacely AI
ผลงานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักออกแบบและผู้ประกอบการไทยที่สามารถนำความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี อัตลักษณ์ และความเข้าใจผู้บริโภคมาพัฒนาเป็นผลงานที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งาน คุณค่า และโอกาสทางธุรกิจ
DEmark จึงไม่ใช่เพียง “รางวัลด้านการออกแบบ” แต่เป็นเครื่องมือสำคัญของภาครัฐในการ
นำ “ดีไซน์” มาช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
ตั้งแต่การสร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างให้กับสินค้า และบริการของไทยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
ไปจนถึงการสร้างโอกาส
ในการขยายตลาดและเชื่อมโยงกับเวทีระดับนานาชาติ
ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: DEmark Thailand, เว็บไซต์ www.demarkaward.net
หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักส่งเสริมมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โทร. 0-2507-8279 หรือสายด่วน
1169
Social Plugin